หน้าแรก

หน้าแรก      ผู้ดูแลเว็บ    ติดต่อเรา 

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ตำนานความเชื่อเลข " 13" เรื่องสยดสยองของศุกร์

ตำนานความเชื่อเลข "13" เรื่องสยดสยองของศุกร์ 13...?

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความเชื่อชนิดที่คิดกันเป็นตุเป็นตะว่าเป็นวันแห่งความโชคร้ายซึ่งความเชื่อที่ว่าก็คือถ้าวันศุกร์เกิดไปตรงกับวันที่ 13 ของเดือนใดก็ตามจะกลายเป็นวันแห่งความโชคร้ายนั้นเป็นความเชื่อที่อยู่ในบรรดาชาติที่พูดภาษาอังกฤษทั่วโลกและยังขยายไปถึงชาติอื่นๆ อีกด้วย และในประเทศบางประเทศอย่าง กรีซ สเปนถือเอาวันอังคารที่ 13 เป็นวันโชคร้ายเช่นกัน

หลักๆ แล้วจุดเริ่มต้นความเชื่อเรื่องนี้เชื่อมโยงกับความเชื่อที่ว่ามีคน13 คน ร่วมทานอาหารมื้อสุดท้ายกับพระเยซู (The Last Supper)
ก่อนที่พระองค์จะถูกนำตัวไปตรึงบนไม้กางเขนในวันศุกร์ประเสริฐ (ทั้งนี้มีการบันทึกเอาไว้ในศตวรรษที่ 18 โดยเชื่อกันว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่คน 13คนมานั่งทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันแล้วคนที่ลุกจากโต๊ะไปเป็นคนแรกจะเป็นคนแรกที่ต้องตาย)แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานใดที่ชี้ชัดเป๊ะๆ ว่าประชาชนถือเอาว่าวันศุกร์ที่ 13 เป็นวันโชคร้าย ไทยรัฐออนไลน์รวม 13 เรื่อง ของวันศุกร์ 13 มาให้สยองกัน.

1. บางตำราเชื่อว่าอาถรรพ์ศุกร์ 13 มาจากตำนานของ "ชาวนอร์ส"ที่อาศัยอยู่ในแถบสแกนดิเนเวีย เป็นเรื่องของเทพ 12 องค์มารวมจัดงานเลี้ยงในห้องโถงเอกีร์ (เทพแห่งมหาสมุทร) แล้วเทพแห่งไฟ "โลกิ"ซึ่งไม่ได้รับเชิญมาร่วมงาน จึงพังประตูรั้วเข้ามาในฐานะแขกคนที่ 13
และให้เทพฮอด (เทพแห่งความมืดมิด เพราะตาบอด) โยนกิ่งพืชกาฝากใส่บาลเดอร์(เทพแห่งความสุขความยินดี) จนบาลเดอร์เสียชีวิตในที่สุด

2. เลข 13 ถือเป็นเลขแห่งความโชคร้ายใครที่เกี่ยวข้องกับเลขนี้ก็เชื่อกันว่าจะมีแต่ความวิบัติในชีวิตถือเป็นเลขที่สร้างความหวาดกลัวอย่างมาก จนมีคนคิดบัญญัติศัพท์เลยทีเดียวโดยเรียกคนที่หวาดกลัวอาถรรพ์ศุกร์ 13 ว่า Paraskevidekatriaphobiaมาจากภาษากรีก 3 คำคือ วันศุกร์ (Paraskevi) สิบสาม (dekatreis)และความหวาดกลัว ( Phobos)

3. ในวันศุกร์ที่ 13อเมริกาต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจเป็นเงินเกือบพันล้านดอลลาร์สหรัฐเนื่องจากประชาชนจำนวนหนึ่งไม่กล้าเดินทางไปไหน
ไม่กล้าทำอะไรไม่กล้าแม้แต่จะไปทำงาน

4. ความอาถรรพ์ของวันศุกร์ ขจรขจายไปทั่วโลก เช่น
วันศุกร์ ที่
13 ปีค.ศ. 1869 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในอเมริกา วันศุกร์ ที่ 13 ปี
ค.ศ.1929 ตลาดหุ้นอเมริกาล่ม วันศุกร์ ที่ 13 ปี ค.ศ.1939
เกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในออสเตรเลียวันศุกร์ ที่ 13 ปี ค.ศ.1945
เกิดสงครามทางอากาศครั้งสำคัญในนอร์เวย์ วันศุกร์ที่ 13 ปี ค.ศ. 1970  เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติพายุกระหน่ำมายังประเทศบังคลาเทศมีผู้เสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก

วันศุกร์ ที่ 13 ปี ค.ศ. 1978 เกิดการสังหารหมู่ในอิหร่าน 13 ศพ วันศุกร์
ที่ 13 ปี ค.ศ. 1982 อาร์เจนติน่ายกกองกำลังยึดเกาะฟอร์คแลนด์ซึ่งเป็นอาณานิคมของอังกฤษ
วันศุกร์ ที่ 13 ปี ค.ศ. 1989 บริษัทคอมพิวเตอร์ IBM เสียหายอย่างหนักเพราะโดยไวรัสคอมพิวเตอร์โจมตีระบบ วันศุกร์ ที่ 13
ตุลาคม ค.ศ. 2006 พายุหิมะชื่อ "Aphid" พัดถล่มเมืองบัฟฟาโล่ รัฐนิวยอร์ค
วันศุกร์ ที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2007 เกิดทอร์นาโดหลายลูกพร้อมกันในทางเหนือของเท็กซัส เป็นต้น

5. นอกจากเป็นตำนานอาถรรพ์ที่สร้างความเชื่อจนฝังรากลึกแล้ว
หลายครั้งก็มีเหตุการณ์ที่ตอกย้ำถึงความอาถรรพ์อยู่เรื่อยๆ อย่างการเกิดอุบัติเหตุที่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งมีการทำสถิติเกี่ยวกับอัตราการเกิดอุบัติเหตุไว้ในแต่ละวันศุกร์ซึ่งวันศุกร์ที่ 13 นั้นจะมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุมากกว่าวันอื่นๆ ถึง52%

6. ความอาถรรพ์ที่ดูแล้วจะเห็นแต่เรื่องโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้างโดยเฉพาะที่สร้างภาพยนตร์เรื่อง "ศุกร์ 13
ฝันหวาน" หรือ Friday 13 th ออกมาสร้างความหวาดกลัวนั้นไม่ว่าจะทำภาคไหนก็มีคนสนใจแห่ไปดูกันอย่างไม่น่าเชื่อ

7. อีกเรื่องเล่าที่แปลงมาจากตำนานของชาวสแกนดิเนเวีย บอกว่าการที่มีคนที่ 13 มาร่วมรับประทานอาหารในโต๊ะเดียวกัน
คนที่จะต้องตายเป็นคนแรกคือคนที่ลุกจากโต๊ะก่อนคนอื่นไม่ใช่อย่างตำนานในข้อที่ 5

8. เหตุผลที่วันศุกร์เป็นวันแห่งความโชคร้ายนั้นเพราะเชื่อกันว่านอกจากการที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนในวันศุกร์แล้วตามตำรายังบอกว่า วันศุกร์เป็นวันที่ใช้ประหารนักโทษอีกทั้งยังถือเป็นวัน Tip Top Day หรือว่าวันปีศาจนั่นเองชาวประมงส่วนใหญ่จึงไม่นิยมออกทะเลในวันศุกร์กันเลย

9. ในสมัยโบราณชาวตะวันตกมีความเชื่อว่าห้ามตัดเล็บในวันศุกร์เพราะแม่มดจะขโมยเล็บเอาไปเสกให้เจ้าของกลายเป็นแม่มด

10. ตามตำนานเรื่องพระเจ้าสร้างโลกบอกว่าเมื่อครั้งพระเจ้าสร้างโลกขึ้นมาใหม่ๆ อดัมและอีฟได้ละเมิดคำสั่งพระเจ้ากัดกินผลไม้ต้องห้ามของสวนอีเดนในวันศุกร์จึงถูกพระเจ้าลงโทษให้ลงมาชดใช้กรรมในโลกมนุษย์ ซึ่งเป็นวันศุกร์เช่นกัน

11. โรคความหวาดกลัวอาถรรพ์ศุกร์ 13 หรือ Paraskevidekatriaphobiaมีการประเมินออกมาแล้วว่าคนส่วนใหญ่เป็นโรคนี้ถึง 21
ล้านคนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งพวกเขายังมีความเชื่อเรื่องนี้อยู่

12. ตามข้อมูลในวิกิพีเดียบอกไว้ว่าถ้าเดือนใดก็ตามที่เริ่มต้นวันแรกเป็นวันอาทิตย์เดือนนั้นจะมีวันศุกร์ที่ 13 เกิดขึ้นแต่ทั้งนี้ในแต่ละปีจะเกิดขึ้นไม่เกิน 3 ครั้ง

13. เมืองไทยก็ไม่น้อยหน้า หลายโรงแรมและตึกหลายแห่งก็ไม่มีชั้นที่ 13เช่น โรงแรมอโนมา สวิสโฮเต็ล เป็นต้น เนื่องจากกลัวความอาถรรพ์
กระทั่งตัวลิฟต์หลายสำนักงานก็จะไม่มีปุ่มกดชั้นที่ 13 เช่นกัน  สุดท้ายคำพูดนี้มักจะใช้ได้กับทุกๆ ความเชื่อเสมอ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่...!
แต่มุมมองของคริสเตียน เราไม่เชื่อเรื่องนี้ !

คำเทศนาเรื่อง ผ่านความยากลำบากโดยพระคุณ


คำเทศนาเรื่อง   ผ่านความยากลำบากโดยพระคุณ  
ข้อพระคัมภีร์       2 พกษ 6:24-33   7:1-2
โดย อจ.เรวัฒน์  เทพจักร์
คำนำ :   ชีวิตมนุษย์อยู่ในโลกใบนี้แม้จะเพียงสั้นๆ 70-80ปี   แต่ช่วงชีวิตนั้นมีแต่งานและความยากลำบาก  ไม่นานก็จากร่างกายนี้ไป  เพื่อรอการพิพากษาตัดสินโทษจากพระเจ้า   เราอยู่ในโลกนี้เต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ  เหนื่อยล้ากับงานที่ทำอยู่ และกังวลใจถึงชีวิตในวันข้างหน้า   เราทุกคนต้องการความมั่นคงในชีวิต และความอยู่รอดของตนเอง     แต่.... ความจริงนั้นวันนี้มนุษย์ถือว่ามีความเจริญแทบทุกด้าน
มีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบายขึ้น  แต่เตียงนอนที่สวย มีบ้านที่ปลอดภัย มีอาหารทานทุกมื้อ มีการคมนาคมที่สะดวก มีการสื่อสารที่รวดเร็ว  แต่กระนั้นมนุษย์ก็ยังขาดสันติสุขที่แท้จริง  กำลังถูกติดตรวนด้วยความทุกข์ใจ ความไม่มั่นคง  ความกลัว ความกดดันต่างๆที่ก่อตัว   จนในที่สุดหลายคนไม่สามารถยอมรับความเป็นจริงในชีวิตได้  จึงต้องไปนอนอยู่ใน
โรงพยาบาลศรีธัญญา    มนุษย์อาศัยอยู่ในโลกนี้ที่มีข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็วไว  - ข้อมูลเรื่องโรคภัยต่างๆ   จะมีโรคร้ายแรงระบาด
                              - ข้อมูลเรื่องภัยทางธรรมชาติ  จะเกิดสึนามิ  เกิดวิบัติทางธรรมชาติ  จะเกิดน้ำท่วมกรุงเทพ
                              - ข้อมูลเรื่องเศรษฐกิจที่ย่ำแย่  ค่าเงินบาท  ทองคำ น้ำมันเชื้อเพลิง 
                              - ข้อมูลเรื่อง อนาคตของโลกจะดับสูญ  โลกจะแตก  
             ตัวอย่าง :  ฮือฮา!  โรเบิร์ต ฟิตซ์แพทริค เฒ่าอเมริกันวัน 60 ปี ควักเงินส่วนตัวกว่า 4 ล้านบาท ทำป้ายโฆษณาเผยแพร่คำนายของตัวเอง ว่าโลกจะแตก ในวันที่ 21 พ.ค. นี้    ได้ยอมเอาเงินเก็บของตัวเองที่จะใช้ในช่วงบั้นปลายชีวิต จำนวน 140,000 เหรียญสหรัฐ  ให้กับประชาชนทั่วไปได้รับรู้ และเพื่อเป็นการเตือนให้มีการเตรียมพร้อมรับมือ   ได้ทำป้ายโฆษณากว่า 1,000 ชิ้น ติดไว้ตามสถานีรถไฟใต้ดิน และป้ายรถเมล์เพื่อเตือนประชาชนถึงวันสิ้นโลกในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ตามคำทำนายของตนเอง    นอกจากนี้ ฟิตซ์แพทริค ได้ยืนยันว่า ในวันดังกล่าว จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ในช่วงเวลาประมาณ18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นที่นิวยอร์กซึ่งจะเป็นแผ่นดินไหว ที่จะทำให้โลกถึงคราวแตกดับ และในวันดังกล่าว เป็นวันที่พระผู้เป็นเจ้าจะยุติการช่วยเหลือมนุษยชาติด้วย
มนุษย์อาศัยอยู่ในโลกของพระเจ้านี้ด้วยความกลัว ความหวั่นวิตก  ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด  และบ้างก็กำลังหมกมุ่นสาระวนกับระบบของโลกนี้  และสุดท้ายมนุษย์ทุกคนก็ดับสูญไปพร้อมๆกับความว่างเปล่า อนิจจังในชีวิต    เราถูกติดตรวนถูกขังด้วยข้อมูลข่าวสารต่างๆ ซึ่งไม่รู้ว่าอะไรจริงอะไรเท็จ  อะไรมาจากพระเจ้า หรืออะไรที่มาจากมนุษย์ อะไรที่มาจากซาตาน     ผลสุดท้ายทำให้เราเครียด เหนื่อยล้า และพบความยากลำบากต่างๆในชีวิต   เช่นเดียวกับชาวอิสราเอล  ดู 2 พกษ 6:24-33  
สภาพและปัญหาที่พวกเขาเผชิญความยากลำบากนั้นเป็นอย่างไร ?
1.เผชิญกับศัตรู และคู่แข่ง  6:24
   -อิสราเอลถือว่าเป็นชาติที่พระเจ้าเลือกสรรไว้พิเศษ ทรงสัญญาจะสถิตอวยพรสนับสนุนพวกเขา  แต่เพราะนิสัยที่ดื้อดึงต่อพระเจ้า พวกเขา
   จึงต้องพบกับการตีสอน การเฆียนตีอย่างแรงจากพระเจ้า    ทรงอนุญาตให้มีศัตรูมาโจมตี  มาตีล้อมเมืองสะมาเรียไว้  
   -ศัตรูและคู่แข่งมาปิดล้อมปิดกั้นทำให้ความเป็นอยู่ การงานติดขัด  เหมือนถูกปิดล้อมไว้ไปทางไหนก็ไม่ได้  ดิ้นไปทางไหนก็หมดทางออก
   คำถาม
:   บางคนอาจนั่งในที่นั่งเช่นนี้  ชีวิตพบความยากลำบาก  มีทุกข์เพราะถูกปิดกั้นกำลัง  คู่แข่งตัดหน้าไว้  และสะมาเรียฝ่าย
   วิญญาณถูกล้อม  จึงทำให้ชีวิตไปต่อไม่ได้ราบรื่น 
2.เผชิญกับการกันดารอาหาร แห้งแล้ง เศรษฐกิจย่ำแย่  ข้อ25
  - หัวลาตัวหนึ่งราคา 80เชเขล หรือเท่ากับ 900 กรัม  1000กรัมเท่ากับ 1เชเขล มีค่าเท่ากับ 20000 บาท  
    ผู้คนในสะมาเรียอดอยาก เศรษฐกิจตกต่ำสุดๆ ของแพง   
   เช่นเดียวกันวันนี้
: ข้าวของแพง  หลายประเทศได้รับผลจากภัยทางธรรมชาติ  จึงทำให้ผลผลิตเสียหาย 
3.ผู้คนเรียกร้องหาความยุติธรรม และหาหนทางออกให้กับชีวิต  ข้อ 26
  -หญิงคนหนึ่งเธอต้องลุยถึงเขตพระราชสถานเพื่อร้องขอความยุติธรรม เนื่องจากการกันดารอาหารหนักถึงต้องถูกหลอกให้เอาลูกของตนมา
   ฆ่ากินเป็นอาหาร  แต่ต่อมาเพื่อนของเธอก็ไม่ได้ทำตามสัญญาไว้ โดยอุ้มลูกหนี  เธอจึงมาร้อง   “ ขอทรงช่วย”   แต่พระราชก็กล่าวถ้าพระ
   เจ้าไม่ช่วย เราก็ช่วยเจ้าไม่ได้  
  ทำนองเดียวกัน
: ในวันนี้  หลายคนต้องยื่นอุทธรณ์เรียกร้องขอความยุติธรรมจากศาล  พี่และน้องก็เมินหน้าต่อกัน  ชิงชังและขัดแย้งกัน
4.ผู้คนเข้าใจผิดกัน และมุ่งทำร้ายซึ่งกันและกัน อยู่ท่ามกลางความโกรธ หวาดระแวงซึ่งกันและกัน
  -พระราชาก็เข้าใจผิดคิดว่าปัญหาหมดทั้งสิ้นนี้มาจาก เอลีชาผู้รับใช้พระเจ้าที่ปล่อยศัตรูไป  และหมายปองจ้องทำร้ายล้างกันเอง  ดำเนิน
   ชีวิตด้วยความโกรธแค้น  ตัวอย่าง
: บางคนยิงกันเพียงเพราะการขับรถปาดหน้ากันเท่านั้นเอง
สรุป
:    ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้คืออาการของความยากลำบากต่างๆนานาที่มนุษย์กำลังเผชิญปัญหาในชีวิต  จึงสรุปว่ามนุษย์ดำเนินอยู่ในโลกนี้เต็มไปด้วยความกดดัน เผชิญกับแรงกดดัน  ต่อสู้กับสารพัดฤาโถมเข้ามา   จึงทำให้เราหมดแรงกำลังที่จะสู้ต่อไป  บางทีคิดถึงขั้นว่าการจากไปอยู่กับพระเจ้าก็ดีที่สุด  แต่ก็ยังไม่ถึงเวลาของพระเจ้า  ก็ต้องทนอยู่ในโลกใบนี้ด้วยความยากลำบากใจ  ด้วยน้ำตา ด้วยใจที่เหน็ดเหนื่อย ท้อล้าใจ อยากให้มีใครมาช่วยอุ้ม มาช่วยแบกภาระปัญหาให้   คำถาม : ทำอย่างไรที่เราลูกของพระเจ้าจะสามารถเดินผ่านเส้นทาง หรือชั่วโมงที่ยากในชีวิตเหล่านี้ได้   เราเห็นทางออกและแนวทางตามพระวจนะของพระเจ้า 3 ประการคือ
ประการที่1.   ต้องขจัดความเชื่อ 7:1
-พระเจ้าตรัสผ่านเอลีชาว่า พรุ่งนี้เวลานี้พระเจ้าจะทำการใหญ่ “กลับตาลปัตร ซึ่งมีความหมายว่า พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ   พระเจ้า
 เปลี่ยนแปลงทำให้ทุกอย่างผลิกกลับไปในทางที่ดีขึ้น  พระเจ้ากอบกู้และช่วยชูกำลังชาวอิสราเอลให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 
-แต่ 2พกษ
7:2 กล่าวว่า แม้ว่าพระเจ้าคือพระผู้สร้างโลกและฟ้าสวรรค์ สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้    ท่านเคยเห็นปัญหาเกิดในความคิด
 ของเราเองเหมือนทหารคนสนิทของพระราชาไหม
?      ความไม่เชื่อในการช่วยกู้ของพระเจ้านี่เป็นปัญหาของสาวกของพระเยซูด้วย พวกเขาก็
 ลืมไปว่าพระเยซูทรงเลี้ยงคน4พันคนด้วยขนมปัง5ก้อนกับปลา 2 ตัว    และพวกเขาก็วิตกกังวลใจเพราะความไม่มีอะไรจะทาน
-ในวันนี้ ท่านก็จงสลัดเอาความไม่เชื่อนั้นออกไป  มีหลายคนที่พระเจ้าเคยช่วย เคยทำการอัศจรรย์  เคยรักษาโรค เคยช่วยให้ผ่านไปใน
  เหตุการณ์ร้ายๆได้  แต่วันนี้กลับไม่เชื่อ     มัทธิว 17
:17. พระเยซูตรัสตอบว่า"โอคนในยุคที่ขาดความเชื่อและมีทิฐิชั่วเราจะต้องอยู่กับท่านทั้งหลายนานเท่าใดเราจะต้องอดทนเพราะท่านไปถึงไหนจงพาเด็กนั้นมาหาเราที่นี่เถิด"  

ประการที่ 2  ต้องก้าวออกไปโดยพระคุณและความเชื่อ 7:3
-“เราจะนั่งที่นี่จนตายทำไม    คนโรคเรื้อน4 คน แม้ในสายตาของเขาจะเป็นที่เกลียดชัง และน่าดูหมิ่น  ถูกแยกออกจากสังคม และเหมือน
 คนที่ไม่มีที่หวังใดๆ  แต่พวกเขาก็ มีมุมมองที่ดีในชีวิตว่า   การนั่งอยู่เฉยๆรอปาฏิหาริย์ก็คงไม่ดีแน่ๆ    
 ข้อคิด
:    การนั่งเฉยๆเพื่อรอการอัศจรรย์ และการเปลี่ยนแปลงจะไม่มีการอัศจรรย์ให้เห็น   คริสเตียนต้องมีมุมมองชีวิตในทางบวก มากกว่า
 ทางลบๆ    อย่าให้โอกาสความคิดลบๆเกิดขึ้นบ่อยๆ เพราะมันเกิดขึ้นเสมอๆ   หลายคนอยากได้รับการอวยพระพร แต่ก็ไม่ทำอะไร  นั่ง
 ขอทานและรอให้คนนั้นคนนี้ช่วยเป็นวันๆ  เราจะพบความว่างเปล่า    
-เมื่อเรากล้าที่จะก้าวไป  พระเจ้าก็กล้าที่จะทำการของพระองค์  ข้อ 6    ในยามดึกของวันนั้นพระเจ้าได้ก่อกวนให้ศัตรูคือซีเรียตกใจ
 และต่อสู้พวกเขา  ทำให้พวกเขาสำคัญว่ากำลังต่อสู้กับกองทัพใหญ่  จึงวิ่งหนีเอารอด ทิ้งเอาอาหาร อาวุธ และทรัพย์สินไว้    พระเจ้าได้
 ประทานชัยชนะ ความสำเร็จแก่คนที่ป่วยเป็นโรคเรื้อน 4 คนนั้นอย่างมหัศจรรย์ ฉันใด  
 คำหนุนใจ
:  ถ้าเราก้าวออกไปทำกิจการงานต่างๆโดยพระคุณ และการทรงนำของพระเจ้า  และด้วยการพึ่งพาการช่วยเหลือของพระเจ้าแล้ว เราจะเห็นการอัศจรรย์ของพระเจ้าเกิดขึ้นเพื่อเรา  เพื่อครอบครัว คริสตจักรของเรา  
-เป็นชัยชนะ และความสำเร็จที่ไม่ต้องสูญเสียชีวิต หรือเลือดแม้แต่หยดเดียว      สำคัญที่สุดคือ จงก้าวออกไปโดยมีพระเจ้านำหน้าทัพ ไปโดย
 ไว้วางใจในพระเจ้า  อย่าไว้วางใจในคน และจำนวนคน และจำนวนเงิน   หรืออย่าพึ่งสติปัญหาของตัวเอง  สภษ 3
:5-6   
-ชีวิตของเราอาจจะกำลังเผชิญกับการปิดล้อมไปด้วยปัญหา ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ  จนเราเองก็งงๆ และสับสนว่ามันอะไรกันนี่ และเราอาจจะพยายามแก้ไขปัญหา และพึ่งกำลังของเราเองจนเราเหนื่อย   วันนี้ขอให้เรามอบทางเดินนั้น มอบธุรกิจของเรานั้นต่อพระเจ้า  ให้เราเปิดใจกับพระเจ้า   บอกถึงปัญหา ความทุกข์ใจนั้นต่อพระเจ้า      โดยพระเจ้าเราจะสามารถเดินผ่านความยากลำบากไปได้อย่างแน่นอน

ประการที่ 3 ต้องกลับไปบอกข่าวดีนี้  7:9-20
-ธรรมชาติของมนุษย์ดิบๆที่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนชีวิตใหม่  ทุกคนต่างก็รักตัวเอง ทำทุกอย่างเพื่อตนเองและเพื่อนพ้อง   แต่สำหรับคนของพระเจ้าที่ได้รับพระคุณพระเจ้าแล้ว  เขาจะมีลักษณะนิสัยที่เปลี่ยนแปลงใหม่  คือเขาจะรักและห่วงใยผู้อื่น  อยากให้คนอื่น  อยากให้เพื่อนๆได้รับโอกาส และการช่วยเหลือเหล่านี้  
- “ เราทำไม่ถูกเสียแล้ว”  วันนี้เป็นวันข่าวดี  ถ้าเรานั่งเสียโทษจะตกแก่เรา  เหมือนเปาโลที่ท่านรู้ว่า ถ้าท่านไม่ประกาศวิบัติจะเกิดขึ้นกับ ข้าพเจ้า  โรม 1
:16
-บางคนเชื่อก็ได้ชีวิต และคนที่ไม่เชื่อก็ต้องตาย   ข้อ 19     คนที่ไม่เชื่อแม้จะเกิดอัศจรรย์เท่าไรในชีวิต เขาก็ยังไม่เปิดใจเชื่อพระเจ้า  ให้ดูข้อ 19 นายทหารกล่าวว่า  แม้ว่าพระเจ้าคือพระผู้สร้างโลกและฟ้าสวรรค์ สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้      
พี่น้องที่รัก : ข่าวประเสริฐของพระเจ้านั้นเมื่อเราออกไปประกาศ  เราจะพบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อ และอีกกลุ่มไม่เชื่อ  สำหรับคนที่ไม่เชื่อนั้น แม้เราจะพูดอย่างไร และท้าทายเขาขนาดไหน ใจของเขาก็ไม่เปิดให้พระเจ้า  และเขาต้องได้รับผลตามความเชื่อของเขาเอง   วันนี้ขอให้เราทำหน้าที่ของเราเอง ที่จะช่วยกันทำงานของพระเจ้า รับใช้ ทำงานในบทบาทที่ตนพึ่งกระทำได้  ทำตามกำลังที่พระเจ้าให้    ให้เราปลูกจิตสำนึกไว้กับตัวเราเอง และลูกหลานของเราเอง  ในการที่จะรับผิดชอบตนต่อพระเจ้า 
วันนี้เราจะอิ่มกับพระพร และข่าวดีในพระเจ้า โดยไม่ยอมบอกให้ใครกระนั้นหรือ.....   

“ครั้งหนึ่ง ในชีวิต”


“ครั้งหนึ่ง ในชีวิต”
ครั้งหนึ่ง...ผมไม่มีพื้นฐานอะไรเลยเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ครั้งหนึ่ง...ผมเคยถูกหลอกเรื่องไอที และ โฮสติ้งค์
ครั้งหนึ่ง...ผมเคยท้อถอยคิดว่าฉันคงทำเว็บไซต์ไม่ได้หลอก

ครั้งหนึ่ง...ผมเคยถูกมองว่ายุ่งกับไอทีเป็นเรื่องของเนื้อหนัง
ครั้งหนึ่ง...ผมเคยผ่านการเมือง...และเหมือนตกนรกทั้งเป็น
ครั้งหนึ่ง...ผมเคยฝันที่จะออกไปอบรมผู้นำ 300 คนทั่วไทย
ครั้งหนึ่ง...ผมคิดว่าการค้าขายบนไซเบอร์คงไปไม่รอด
ครั้งหนึ่ง...ผมคิดว่ามิตรแท้ไม่มีในอินเตอร์เน็ตหรือใน
FB
ครั้งหนึ่ง...ผมเคยเห็นบางคนถูกให้ออกจากงานเพราะ FB
ครั้งหนึ่ง...ผมเคยถูกหลอกให้เขียนเว็บ แต่เขาไม่จ่ายเงิน
ครั้งหนึ่ง...ผมคิดว่าจะไม่ขอกลับไปทำหน้าที่ศิษยาภิบาลอีก
             แล้วชีวิตนี้  แต่โดยพระคุณพระเจ้า จึงรู้ว่ามีความสุข
             ที่สุด ที่ได้กลับมารับใช้เป็นศิษยาภิบาล  คจ.ศิโยน
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับครั้งหนึ่ง ...
ทำให้ผมมีโอกาส     อีกครั้งหนึ่ง ...


Ps.เรวัฒน์ เทพจักร  087-3340769  086-3779207