หน้าแรก

หน้าแรก      ผู้ดูแลเว็บ    ติดต่อเรา 

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

คำเทศนาเรื่อง คำอธิษฐานสู่ชีวิตที่เกิดผล


คำเทศนาเรื่อง    คำอธิษฐานสู่ชีวิตที่เกิดผล
ข้อพระคัมภีร์      คส 1:9-10

คำนำ

คริสตจักรในเมืองโคโลสี เกิดขึ้นเพราะการเดินทางครั้งที่3 ของเปาโล  ผู้นำผู้ดูแลคือเอปาฟรัส
เปาโลเขียนจดหมายไปเพราะลัทธินอสติกระบาดคริสตจักร  พวกนั้นสอนว่าร่างกายมลทินคุมขังวิญญาณที่บริสุทธิ์ไว้   ดังนั้นทรมานร่างกายเพื่อทำลายตัวแห่งบาปให้หมดสิ้นไป  กินเหล้าก็ได้ เที่ยวก็ไม่เป็นไร  สนุกให้เต็มที่  เขาสอนว่าทูตสวรรค์คือผู้กลาง  คำว่านอสติกแปลว่า ผู้มีความรู้  เขาเชื่อว่าคนจะรอดก็โดยการมีความรู้เรื่องชีวิต  เขามองว่าคริสเตียนโง่   เขาสอนว่าเราต้องเรียนรู้ให้มากๆ เพื่อจะช่วยตัวเองรอดได้  ไม่ใช่พยายามอธิษฐานใกล้ชิดสนิทพระเจ้าอย่างเดียว         พวกนอสติก (Gnostic) เชื่อว่า ร่างกายนี้เลวร้าย แต่จิตวิญญาณนั้นดี พวกเขาเชื่อว่า ความรอดที่มาถึงพวกเขาได้นั้น โดยความลึกลับ หรืออำนาจที่พิเศษอัศจรรย์ ซึ่งพวกเขามองข้าม การที่พระเยซูคริสต์ทรงสละชีวิตเพื่อมนุษย์ทุกคน เหตุที่พวก นอสติก (Gnostic) มีทัศนะเช่นนี้เพราะ พวกเขาคิดว่า เขามีชีวิตที่อยู่ตลอดนิรันดร์ พวกเขาเป็นกลุ่มลัทธิที่หยิ่งยโส และมีหลักคำสอน และปรัชญาที่อันตราย แต่พวก Gnostic เริ่มเสื่อมถอยลงในช่วง สมัยพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ อัครทูตเปาโลได้เขียนพระธรรมโคโลสี และโครินธ์ และอัครทูตยอห์นที่เขียนพระธรรมยอห์น ได้อธิบายและชี้จุดสำคัญในหลักข้อเชื่อของคริสเตียน เพื่อที่จะต่อสู้ ต่อต้าน คำสอนผิด สอนเทียมเท็จ ของพวก Gnostic สำหรับคริสเตียนความรอดไม่ใช่เฉพาะเจาะจง คนใดคนหนึ่ง แต่สำหรับทุกคนในโลก ...และการช่วยกู้ของพระเจ้าไม่เฉพาะแต่จิตวิญญาณ แต่รวมทั้งร่างกาย จิตใจและ จิตวิญญาณ       นอสติก (Gnostic) หมายถึง “ผู้ที่มีความรู้” ความรู้ (knowledge) ที่ได้ซ่อนไว้ปกปิดไว้จากพวกคริสเตียนทั้งหลาย ซึ่ง นอสติก (Gnostic) มองว่าพวกคริสเตียนเป็นพวกที่โง่เขลาสิ้นความหวัง พวกนอสติก (Gnostic) อ้างว่าพวกเขานั้นได้รับ“ความรอด” โดยสอนว่าความรอดไม่ได้มาทางพระเยซูคริสต์แต่มาโดย “ทางความรู้” (knowledge) (gnosis) ,ความรู้เที่ยงแท้ของ นอสติก (Gnostic) ซึ่งเกี่ยวข้องกับท่าทีที่มีต่อเทพสากลจักรวาล ซึ่งพวกนี้มองว่าร่างกายซึ่งเป็นเลือดเนื้อ เป็นสิ่งที่ไม่ดี สิ่งชั่วช้า ซึ่งถูกสร้างโดย เทพเจ้าที่ต่ำ ไม่ได้มีอำนาจสูงสุดแต่ขณะเดียวกันก็มีวิญญาณของเทพเจ้าที่ดีที่พวก นอสติก (Gnostic) มองว่าเป็นความหวังของเขา


นี่คือจุดที่อันตราย  สิ่งที่ทำลายความเชื่อของพี่น้องที่กำลังเดินกับพระเจ้า  ทำให้เกิดความสับสน  และไม่รู้ว่าอะไรคือคำสอนผิดหรือถูก     ดังนั้นเปาโลจึงเขียนจดหมายมาหนุนใจ และอธิษฐานไม่หยุด 
พี่น้องที่รักอยากจะรู้ไหมว่าเปาโลอธิษฐานทูลขออะไรบ้างเพื่อ คริสตจักรที่มีความยุ่งยากวุ่นวาย ?

   ผมจำได้เมื่อ 28 ปี ก่อน คริสตจักรบ้านสวน จังหวัด เชียงราย เมื่อการนมัสการเริ่มขึ้น ผู้นำประชุมเชื้อเชิญ ผู้ปกครอง แปลง เป็นผู้อธิษฐานเพื่อพระวจนะ แต่ผู้ปกครองแปลงไม่มั่นใจว่าจะอธิษฐานอย่างไรท่ามกลางห้องประชุม จึงสะกิดสีข้างลุงสุข พ่อของผม ว่า สุขช่วยหน่อย แต่พ่อของผม ก็ ปฏิเสธว่าไม่เอา และบอกว่า แปลงนั่นแหละ อธิษฐานดีแล้ว เกิดการเกี่ยงกันอยู่พักใหญ่ ขณะที่ทุกคนก้มศีรษะเพื่อฟังคำอธิษฐานของลุงแปลง แต่ทันใดนั้น ทุกคนแทบเป็นลม เมื่อลุงแปลงลุกออกจากที่ประชุม และเดินเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับไม้หน้าสาม พร้อมที่จะฟาดหัวลุงสุข แล้วตะโกนอย่างโมโหว่า “กู บอกว่าอธิษฐานไม่เป็นก็ไม่เชื่อ กูจะฆ่ามึง” สรุปเรื่องคือว่า ผู้ปกครองแปลงอธิษฐานไม่เป็น แต่ผู้นำประชุมก็อยากให้เขาฝึกฝน กล้าแสดงออก จึงทำให้การประชุมวันนั้นเกิดเหตุเป็นสนามมวยลุมพินีจำลอง     คำถาม.... เป็นไปได้หรือที่ผู้ปกครองอธิษฐานไม่เป็น?......

คำอธิษฐานของคนทั่วไปเป็นอย่างไร ?
บางคนขอบ้าน บางคนของคู่ครองกระดูกซี่โครงที่หายไป    บางคนขอถูกหวยรวยลัด   บางคนขอให้เงินเดือนเพิ่ม   บางคนขอให้หายปวดฟัน   บางคนขอพระเจ้าจัดการกับศัตรูให้  บางคนขอค่าเทอมที่ขาดอยู่   ขอเงินค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์     คำอธิษฐาน เหล่านี้ เป็นคำอธิษฐาน เด๊ะ ๆ   Baby ๆ

แล้วคำอธิษฐานของท่านล่ะเป็นอย่างไร ?
พี่น้องที่รัก ไม่ผิดที่เราจะทูลขอเรื่องราวเราที่ต้องการต่างๆ นาๆ  แต่หากเราเป็น คริสเตียนมากกว่า 3 เดือน-10 ปี คำอธิษฐาน   หรือการสนทนาของเรากับพระเจ้าจำเป็นต้องมีพลัง  และนำสู่คำอธิษฐานที่มีผลเปลี่ยนแปลงต่อจิตวิญญาณ         ดังพระคัมภีร์  คส 1:9-10 เปาโลเป็นแบบอย่างในการทูลอธิษฐานเพื่อมุ่งสู่ชีวิตที่เกิดผลดีทุกอย่าง 
ขอให้เราพิจารณา   คำอธิษฐานของเปาโลซึ่งท่านมิได้หยุดหย่อนในการทูลขอ

คำอธิษฐานของเปาโล   มุ่งทูลขอความเข้าใจ 3 อย่าง
1.    ขอเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า 1.9
•    เพื่อจะสามารถรู้ว่าอะไรดี  อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรที่ยอดเยี่ยม      โรม12:2
•    เพื่อจะรู้จักใจของพระเจ้าว่า อะไรที่พระเจ้าชอบ  และอะไรที่พระเจ้าไม่ชอบ
           -สิ่งที่ถูกต้องสำหรับพระเจ้า  อาจจะไม่ถูกใจสำหรับเรา........
           -ในสังคมปัจจุบันเรามักจะพลาดสิ่งที่ดีๆ สิ่งที่ดีเยี่ยมในพระเจ้าไป เพราะสังคมวันนี้รีบเร่ง รีบร้อน ฉาบฉวย
           ทำตามใจตัวเองมากกว่าทำตามพระทัยพระเจ้า   กินเร็ว คิดเร็ว ทำเร็ว  จนบางทีทำให้โอกาสที่จะพลาด
           ง่ายๆได้

2.    ขอเข้าใจสรรพปัญญาของพระเจ้า
          ความคิดของพระเจ้า กับความคิดของเราไม่เหมือนกัน อิสยาห์ บทที่ 55:8 เพราะความคิดของเราไม่
          เป็นความคิดของเจ้า  ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิถีของเรา" พระเจ้าตรัสดังนี้
          9 "เพราะฟ้าสวรรค์สูงกว่าแผ่นดินโลกฉันใด  วิถีของเราสูงกว่าทางของเจ้า  และความคิดของเราก็สูงกว่า
          ความคิดของเจ้าฉันนั้น"
•    เพื่อเราจะไม่หลงเจิ่นไปจากพระเจ้าเที่ยงแท้ หันไปกราบไหว้สิ่งต่าง ๆ ที่พระเจ้า...............
เจิ่นหันไปทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ..... ทุ่มเทกับสิ่งนั้นทั้งวันทั้งคืน  นั่นก็คือรูปเคารพสำหรับเราด้วย
•    เข้าใจความล้ำลึกที่พระเจ้าปิดบังไว้จากโลก  บางคนไม่เข้าใจก็หันไปเสียจากข่าวประเสริฐของพระเจ้าหันไปหาศาสนาใหม่หรือชีวิตเก่า ...........กท  1:6-8
Ex  คนสมัยนี้วิ่งไปตามวิถีของโลก..... ชอบเห็นการอัศจรรย์,การสำแดงแปลกๆ  แต่ไม่สนใจที่จะศึกษา  เพื่อเข้าใจพระวจนะของพระเจ้า  พระคำที่พระเจ้าตรัสสอน   ฟังเทศนาก็อยากฟังแต่เรื่องตลกหกฮา  มากกว่าแก่นสารของพระคำ  
Ex บางคนอ่านบทวิเคราะห์การเมือง-เศรษฐกิจเป็นเล่มๆ  แต่อ่านพระคัมภีร์4-5 บรรทัดอ้างว่าสายตาไม่ดี  ไม่ค่อยมีเวลา    เรานั่งจิบกาแฟถ้วยใหญ่ๆพร้อมกับบรรยากาศดีๆได้นานๆ  แต่เฝ้าเดี่ยวกับพระเจ้าไม่เกิน5 นาที ........

3.    ขอเข้าใจฝ่ายวิญญาณ 1:9  และข้อ 12-13
พระพรฝ่ายวิญญาณ
          - ทรงช่วยให้พวกเรามีสิทธิที่จะเข้ารับมรดกร่วมกับผู้เชื่อรายอื่นๆ ในแผ่นดินแห่งความสว่าง ข้อ12
            บางคนไม่ให้ความสำคัญกับ สิทธิพิเศษที่พระเจ้ามอบให้  การเป็นบุตร  การได้รับมรดกสวรรค์
          - ทรงช่วยให้เราพ้นจากอำนาจมืด  ทรงย้ายเรามาตั้งอยู่ในการปกครองของพระคริสต์
          - ทรงช่วยไถ่บาป  เป็นการอภัยโทษบาปแก่เรา  ( เป็นพระกรุณาธิคุณ)
             การที่เราเข้าใจพระพรฝ่ายวิญญาณ  จะทำให้เราเห็นพระเมตตาของพระเจ้ามาก  ทำให้เราเรียนรู้
            ว่าเราอยู่วันนี้ได้เพราะพระคุณพระเจ้า    เราจึงสามารถรัก และอภัยคนที่ทำผิดแก่เราได้.....

คำถาม  จำเป็นด้วยหรือคริสเตียนจะต้องเข้าใจทั้ง3 ประการเหล่านี้
คำตอบก็คือว่า ทั้งจำเป็น  และทั้งสมควรอย่างยิ่ง   เพราะการเข้าใจและซาบซึ้งทั้ง3 ประการจะนำเราไปสู่อีกขั้น


เป้าหมาย  เพื่อเราจะสามารถปฏิบัติตนอย่างถูกต้องต่อพระเจ้า         
การทูลขอความเข้าใจทั้งสามประการนั้นก็เป้าหมายเดียวคือเพื่อ   ตัวเราเองจะสามารถปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง  เหมาะสม   ดำเนินชีวิตติดตามพระเจ้าอย่างถูกต้อง   ไม่ทำให้ผิดบาปต่อพระองค์   หรือทำในสิ่งที่พระองค์ไม่ประสงค์       ตัวอย่าง... เรารักใครสักคนหนึ่ง  เราจะต้องเรียนรู้จักเขาให้มากที่สุดว่า เขาทานอะไร ไม่ชอบทานอะไร   คิดอย่างไร  รสนิยมเป็นอย่างไร    เพื่อเราจำสามารถทำในสิ่งที่เขาชอบได้  เช่นเดียวกันหากเราอยากมีชีวิตที่พระเจ้าพอพระทัย  อยากทำในสิ่งที่พระเจ้าชอบพระทัย  เราก็ต้องเรียนรู้จักว่าพระทัยของพระเจ้าเป็นอย่างไร  พระเจ้าคิดอย่างไร  พระเจ้ามีมุมมองอย่างไร  พระเจ้าต้องการอะไรจากชีวิตของเรา   

การปฏิบัติตัวอย่างสมควรต่อพระผู้สร้างเป็นเคล็ดลับ
เป็นกุญแจ ไขไปสู่  การมีชีวิตที่เกิดผลดีทุกอย่าง    และไม่หยุดเท่านี้  แต่จะมีผลต่อชีวิตคริสเตียนที่
                ชีวิตที่เจริญขึ้น          
                ชีวิตมีกำลังมากขึ้น   
                ชีวิตที่ทรหด –อดทนด้วยความยินดี 

นั่นคือจุดมุ่งหมายชีวิตของหลายๆคนในวันนี้  เราอยากประสบความสำเร็จในการเรียน  ในงาน ในธุรกิจการงาน ในหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่   ทุกๆอย่างที่มือของเราจับการงานอะไรอยู่เราก็อยากเห็นพรแห่งพระพร    การอวยพระพร การเทพระพรมากยิ่ง  การมีชีวิตเต็มล้นท่ามกลางสถานการณ์ที่โลกเราในปัจจุบันน่าเป็นห่วง    ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจค่าเงินบาทที่เรากำหนดให้เกิดขึ้นตามใจไม่ได้    ท่ามกลางปัญหาภาคใต้หลายๆปีที่แก้ไม่ตก  ท่ามกลางโจรป่วนเมือง  ปัญหายาเสพติด  ท่ามกลางปัญหาชีวิตคนกดดันสุดๆ  ต้องฆ่าตัวตาย   ทุกๆคนกำลังมีชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง  และวิตกกังวล  และกลัวที่เดินพลาดพลั้งไป   

แต่ในท่ามกลางเช่นนี้  คนหลายคนยิ่งดิ้น ยิ่งดื้อ ยิ่งยาก  เรากำลังเดินไปสู่เส้นทางชีวิตที่ยากขึ้น  มีชีวิตที่ยากลำบากขึ้น  กดดันมากขึ้น  หัวใจเต้นเร็วขึ้น   แต่เคล็ดลับที่พระคัมภีร์สอนไว้ในวันนี้ก็คือว่า   ให้เราเริ่มต้นใหม่ที่พระเจ้าก่อน    เริ่มต้นกลับมาที่เข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า  รู้ซึ้งถึงพระสติปัญญา  รู้พระพรฝ่ายวิญญาณ 


ท่ามกลางปัญหานั้นๆ  เรายังสามารถมีชีวิตที่เกิดผลได้
ตัวอย่าง ชีวิตโยเชฟ 
           เป็นลูกชายคนยาโคบรักมาก  เพราะเป็นลูกที่ได้มาจากภรรยาชื่อราเชลหญิงที่เขารักมาก    เขายอมทำงาน14 ปีเพื่อจะได้แต่งงานกับราเชล    และเมื่อราเชลให้ลูกชายแก่เขา   เขาทำเสื้อผ้าสวยให้โยเชฟใส่    แต่ต่อมาพี่ๆก็อิจฉา    ขายโยเชฟไปเป็นขี้ข้ารับใช้ในบ้านทหารโปทิฟา   พระเจ้าอวยพระพรให้เขาทำงานดี ดีขึ้นทุกๆอย่าง  วันหนึ่งนายไม่อยู่ไปราชการภรรยาของนายก็ดึงแขนโยเชฟเพื่อหลับนอนด้วยกัน  ผู้ชายสมัยนี้เป็นอย่างไง  วิ่งเข้าไป...... แต่โยเชฟไม่ทำอย่างนั้นเพราะเขามีจริยธรรม  เขายำเกรงพระเจ้า เขามีชีวิตที่แตกต่างจากคนของโลก  เขาถูกใส่ร้ายจนนายจับขังคุก2 ปี แต่ในสถานการณ์ชีวิตของเขา  เขามิได้โกรธพี่น้องที่ขายตัวเอง  เขามิได้โกรธนายที่จับใส่คุก2ปี  แต่เขากลับมองว่า  พระเจ้ามีแผนการในชีวิตของเขาไว้เช่นนี้  เขาไม่ได้โทษใครเลย     ชีวิตของโยเชฟพระคัมภีร์บอกว่าเป็นคนที่เกิดผลมาก   เพราะโยเชฟเข้าใจน้ำพระทัยของพระเจ้า   เขารู้ว่าพระสติปัญญาของพระเจ้ายอดเยี่ยมกว่าความคิดของเขาเอง     ปฐก 39: 2-4     พระเจ้าสถติอยู่กับโยเชฟ  ทำให้เขาเจริญรวดเร็ว  และโปรดให้การงานทุกอย่างที่โยเชฟทำเกิดผล   เป็นที่รักของนายท่าน 
  
            พระคัมภีร์สอนว่า   สิ่งที่เราคิดไม่ถึง หูไม่ได้ยิน และมองไม่เห็น คือสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ สำหรับคนที่รักพระเจ้า 1คร2:9     พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกๆสิ่งท่านทั้งหลายจงเชื่อมั่นเช่นนั้น   โรม8

ตัวอย่าง  ชนชาติอิสราเอล    ฮักกัย1:5-11
เขาไม่ยินยอมอยู่ในแผนการนำพาของพระเจ้า  บ่นอย่างเดียว ดีก็เงียบ ไม่ดีก็บ่นว่าพระเจ้า   พระเจ้าประทานมานาการเลี้ยงดูจากสวรรค์มาให้ทุกเช้าไม่ได้ขาดสน  แต่เขาก็บอกว่าเบื่อหน่ายเหลือเกิน   เขาทำตัวเข้าใจพระเจ้ายาก เขาไม่สนพระทัยพระเจ้า  เขายังขัดขื่น  หันไปหาพระอื่น    ฮักกัย2:17 พระเจ้าโจมตี ทำให้ข้าวขึ้นรา และให้ข้าวเม็ดลีบ  ให้ลูกเห็บใหญ่ตกใส่พืชพัก   แต่อิสราเอลก็หาปรับใจเข้าใจพระทัยพระเจ้าไม่ ..... 


           ผลกระทบที่เขาเผชิญเป็นอย่างไร ..... ฮักกัย1:6  หว่านมากแต่กลับได้น้อย กินแต่ไม่อิ่ม ได้ค่าจ้างมาใส่ถุงที่มีรู....พระเจ้าเป่าผลผลิตที่ได้มาออกไป..... เหมือนลูกปิงปองโดนตีกลับ....ชีวิตจึงไม่ประสบความสำเร็จใดๆ มีแต่เหนื่อยอ่อน  กินลมกินแล้ง.... 
           เราอยากจะมีชีวิตเดินรอยตามเช่นเดียวกับอิสราเอลหรือ?  ไม่แน่นอน   เราไม่ต้องการบทสรุปชีวิตแบบนั้นแต่เราต้องการมุ่งชีวิตที่เกิดผลมากทุกๆด้าน..... เราปรารถนาที่จะเห็นพระเจ้าสนับสนุนผลงานจากน้ำมือของเราทำไหม?...........            


สรุป นำคำสอนไปใช้

พี่น้องที่รัก  นี่คือสิ่งที่เปาโลไม่หยุดในการอธิษฐานเผื่อพี่น้อง  เพราะท่านอยากเห็นพี่น้องทุกๆคนมีชีวิตที่เกิดผลมากมาย   พี่น้องหากอยากเห็นชีวิตของเราทุกคนเกิดผลมากมาย  ยิ่งๆขึ้นนั้น

           - จงอย่าหยุดในการอธิษฐานขอให้เราเข้าใจพระทัยพระเจ้า  
           - พระคัมภีร์สอนว่า  พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง    การที่ชีวิตของเราเริ่มต้นกับพระเจ้าถูกต้องนั้น   เป็นการเปิดช่องแห่งธารพระพร  เป็นเหตุทำให้ชีวิตคริสเตียนเกิดผลในทุกๆด้าน........ เหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ......  พระเจ้าจะทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในสารพัดสิ่ง... จงมั่นใจในสิ่งที่พระเจ้าจะทรงกระทำให้  ขอเพียงเรายอมรับน้ำพระทัย  เข้าใจพระปัญญาแผนการของพระองค์  และเข้าใจใส่ใจฝ่ายวิญญาณ   อย่าให้จิตวิญญาณของเราอ่อนแอ  แห้งแล้ง   เรียนรู้ที่จะทำให้เจ้าบ่าวของเราพึงพอใจเสมอ
พระพรต่างๆ  การอวยพระพร  การอุ้มชูดูแล  การปกป้องรักษา  การเลี้ยงดูของพระเจ้าจะไม่ขาดในชีวิตของเรา  เราจะเห็นพระคุณของพระเจ้าเสมอๆ   ในยามที่ฝูงชนบ่นว่าแย่  แต่พระเจ้ารู้ว่าจะทรงเลี้ยงดูเราได้ด้วยวิธีการของพระองค์     ทรงรู้วิธีการที่จะนำพาคนของพระองค์ไปสู่ชีวิตที่เกิดผลมากทุกๆอย่าง  ทุกๆด้าน

           -คนที่วางใจในพระเจ้าย่อมได้รับพระพร  เยเรมีย์17:7-8  คริสเตียนเป็นพันธุ์ดี  ออกผลดก......
           -พระเจ้าจะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น  สภษ3:5-6 
           -จงละความกระวนกระวายของเราไว้กับพระเจ้า เพราะพระเจ้าทรงห่วงใยท่าน   1ปต5:7

          ครอบครัวที่มีความสุข    ธุรกิจการงานที่พระเจ้ารับรอง และทรงเจิมไว้  พระเจ้าอวยพระพรให้รุดหน้าไปได้
มีกำไรขึ้น  เงินเดินเพิ่มขึ้น  ร่ำรวยมากมายขึ้น  พระคัมภีร์เตือนคริสเตียนที่มั่งมีในสมัยนั้นว่า   ไม่ให้มั่นใจในทรัพย์ที่ไม่เที่ยง    จากพระคัมภีร์ตอนนั้น   แสดงว่าให้เราเห็นว่า    พระเจ้าพอพระทัยให้คริสเตียนสมัยนั้นมั่งมีได้ด้วย  ฉันใด    พระเจ้าสามารถที่อวยพระพรพี่น้องให้มั่งมากมายเพื่อถวายพระเกียรติได้เช่นกัน    แต่ท่านจะต้องเป็นคนมั่งมีมากเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า .....

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น